อากาศเมืองไทยร้อนขึ้นทุกปี แอร์เปิดใช้งานนานขึ้น ค่าไฟก็ขยับตามไปด้วย เวลาจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ หลายคนจึงดูที่ฉลากประหยัดไฟเป็นอย่างแรก
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับสูงสุดของการรับรองประสิทธิภาพพลังงานในไทย ออกโดย กฟผ. ที่ความสามารถในการทำความเย็นเท่ากัน ระดับยิ่งสูงยิ่งใช้ไฟน้อย
แต่ในตลาดมีรุ่นที่ติดฉลากเบอร์ 5 อยู่จำนวนมาก แล้วจะเลือกอย่างไรดี สิ่งที่ควรตรวจสอบมีดังนี้
- ตัวเลขการใช้ไฟจริง ค่า SEER และค่าไฟต่อปี ซึ่งแปลงเป็นรายจ่ายรายเดือนได้โดยตรง
- การประหยัดที่เพิ่มจากระบบอินเวอร์เตอร์ มีระบบปรับอัตโนมัติเพิ่มเข้ามาอีกชั้นหรือไม่
- ความสะอาดภายในเครื่อง ระบบทำความสะอาดตัวเองทำได้ถึงระดับไหน
- ฟังก์ชันที่ใช้ทุกวัน การควบคุมผ่านมือถือ การติดตามการใช้ไฟ และโหมดการนอน
- ความทนทานและการรับประกัน การป้องกันสำหรับสภาพอากาศเขตร้อน และคอมเพรสเซอร์คุ้มครองกี่ปี
บทความนี้จะอธิบายทีละเรื่อง พร้อมตัวเลขของแต่ละซีรีส์แอร์ Comfee ในช่วง BTU เดียวกัน เพื่อให้เทียบได้สะดวก

แม้จะติดฉลากเบอร์ 5 เหมือนกัน ระหว่างสองรุ่นก็ยังเทียบกันต่อได้
ค่า SEER คือค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล สะท้อนประสิทธิภาพตลอดช่วงการทำความเย็น ยิ่งค่าสูง ยิ่งใช้ไฟน้อยลงเมื่อให้ความเย็นเท่ากัน
ค่าไฟต่อปี ระบุไว้บนฉลากโดยตรง เป็นหน่วยบาท คำนวณจากเงื่อนไขทดสอบมาตรฐาน นำมาหารด้วย 12 ก็ได้ค่าใช้จ่ายรายเดือนคร่าว ๆ
ทั้งสองค่าอยู่บนฉลากประหยัดไฟและตารางสเปกของหน้าสินค้า ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ข้อควรระวังคือ ต้องเทียบกันภายในช่วง BTU เดียวกันจึงจะมีความหมาย เพราะรุ่นที่ความสามารถในการทำความเย็นต่างกันอยู่คนละระดับตั้งแต่ต้น
นอกจากนี้ ฉลากเบอร์ 5 ยังแบ่งย่อยด้วยระดับดาว ยิ่งดาวมาก ระดับประสิทธิภาพยิ่งสูง
คอมเพรสเซอร์แบบธรรมดามีสองสถานะ คือทำงานเต็มกำลังกับหยุด เมื่อห้องเย็นถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้ก็หยุด แล้วเริ่มใหม่เมื่ออุณหภูมิไต่ขึ้นมาอีกครั้ง
การหยุดแล้วเริ่มใหม่ซ้ำ ๆ ทำให้สิ้นเปลืองไฟ และอุณหภูมิในห้องแกว่งระหว่างเย็นเกินกับร้อนเกิน
ส่วนคอมเพรสเซอร์อินเวอร์เตอร์จะปรับกำลังต่อเนื่อง เมื่อห้องเย็นแล้วก็ลดลงไปทำงานที่ระดับต่ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องสตาร์ทใหม่ และเงียบกว่าเมื่อเปิดต่อเนื่องหลายชั่วโมง
แอร์ในไทยโดยทั่วไปเปิดวันละ 8 ถึง 10 ชั่วโมง เมื่อสะสมทั้งปี ความต่างตรงนี้เห็นได้ชัดบนบิลค่าไฟ ฉลากเบอร์ 5 ร่วมกับระบบอินเวอร์เตอร์จึงเป็นพื้นฐานของการประหยัดในระยะยาว และเป็นด่านแรกในการคัดเลือกรุ่น
แอร์ Comfee ทุกซีรีส์เป็นระบบอินเวอร์เตอร์ และได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ทั้งหมด
ฉลากเบอร์ 5 เป็นจุดเริ่มต้น ส่วนที่ทำให้แต่ละรุ่นต่างกันคือมีระบบปรับอัตโนมัติเพิ่มเข้ามาหรือไม่
ECO+ พร้อม AI Algorithm ใน Gusto Series ช่วยปรับสมดุลระหว่างการประหยัดพลังงานกับความสะดวกสบาย กดปุ่ม ECO+ เพียงปุ่มเดียว ประหยัดพลังงานได้สูงสุด 30% เมื่อเทียบกับโหมดทำความเย็นปกติ ตรวจสอบโดย SGS โดยเทียบจากการใช้งานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง
Gear Control ระบบควบคุมพลังงาน 5 ขั้น แบ่งเป็น 20% 40% 60% 80% และ 100% เมื่อห้องเย็นแล้วลดลงหนึ่งขั้นจะประหยัดขึ้น ส่วนตอนกลับถึงบ้านที่ห้องยังร้อน ใช้ขั้นสูงสุดก็เย็นเร็วกว่า
เมื่อใช้งานไปสักระยะ ฝุ่นและแบคทีเรียจะสะสมอยู่ภายในเครื่อง ส่งผลทั้งกับอากาศที่เป่าออกมาและประสิทธิภาพการทำความเย็น เรื่องนี้ทำได้ดีจะช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและจำนวนครั้งที่ต้องเรียกช่าง
Active Clean+ ใน Gusto Series อัปเกรดจากระบบล้างด้วยน้ำเป็นระบบล้างด้วยละอองน้ำแข็ง กดปุ่มเดียวทำงาน 4 ขั้นตอน

รวมสูงสุด 42 นาที ขั้นตอนการจับน้ำแข็งช่วยขจัดคราบที่การล้างด้วยน้ำธรรมดาชะออกไม่ได้
เวลาในการล้างและอุณหภูมิในการผลิตละอองน้ำแข็งจะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยเวลาในการล้างสูงสุดคือ 42 นาที ทั้งนี้ระบบทำความสะอาดตัวเองดูแลเฉพาะคอยล์ภายในเครื่อง การล้างแผ่นกรองตามรอบและการล้างใหญ่ปีละครั้งโดยช่างยังคงจำเป็น
ประสิทธิภาพเป็นแกนหลัก แต่เครื่องที่เปิดใช้ทุกวันก็ต้องใช้งานสะดวกด้วย
แอป SmartHome สั่งเปิดปิด ปรับอุณหภูมิ และดูสถานะการทำงานจากมือถือได้
การติดตามการใช้ไฟ เป็นชุดฟังก์ชันใน Gusto Series
- Energy Monitor ดูปริมาณการใช้ไฟแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
- Energy Report รายงานการใช้พลังงาน แสดงเวลาที่เปิดใช้โหมด ECO+ และเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า
- Energy Reminder ตั้งเป้าการใช้พลังงานรายเดือน เมื่อใช้ถึง 70% 75% 80% หรือ 100% ระบบจะแจ้งเตือน
Sleep Curve ตั้งค่าโหมดการนอนได้เอง โดยกำหนดระยะเวลาการนอน อุณหภูมิ และแรงลม
Filter Management แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาดูแลแผ่นกรอง
ความร้อนและความชื้นตลอดทั้งปีเป็นบททดสอบที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง คอยล์ร้อนต้องเจอทั้งแดดและฝน ส่วนภายในเครื่องอยู่กับความชื้นทุกวัน ความทนทานจึงเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องจะใช้ได้จริงกี่ปี
สิ่งที่ Gusto Series มีในเรื่องนี้
- Golden Coating เคลือบทั้งชุดภายในและชุดภายนอก เพิ่มความทนทานต่อการเกิดออกไซด์และการกัดกร่อน
- UV Conformal Coating เคลือบแผงวงจร ความหนาไม่น้อยกว่า 70 ไมโครเมตร
- รองรับช่วงแรงดันไฟฟ้า 80V–265V ตามสเปกของรุ่น ช่วยให้เครื่องทำงานได้ต่อเนื่องภายในช่วงแรงดันที่กำหนดเมื่อแรงดันไฟผันผวน
ตัวอย่างจากขนาด 9,000 BTU

ทั้งสี่ซีรีส์ได้ฉลากเบอร์ 5 เหมือนกัน แต่ ค่า SEER อยู่ระหว่าง 18 ถึง 21.97 ค่าไฟต่อปีต่างกัน 1,583 บาท และระดับเสียงต่ำสุดต่างกัน 12 dB(A) ระดับของฉลากจึงเป็นจุดเริ่มต้น ส่วนตัวเลขรายรุ่นคือสิ่งที่กำหนดผลจริง
- เน้นประสิทธิภาพและความเงียบ ดูที่ Penrose Series ค่า SEER 21.97 ค่าไฟต่อปี 6,009 บาท และระดับเสียงต่ำสุด 21.5 dB(A)
- เน้นงบเริ่มต้นแต่อยากได้ฟังก์ชันครบ ดูที่ Gusto Series VGP มี ECO+, Gear Control, Active Clean+ และชุดฟังก์ชันติดตามการใช้ไฟในแอป SmartHome
- ไม่ชอบลมเย็นปะทะตัว ดูที่ Soft Air Series บานสวิงแบบคู่พร้อม Micro-Holes และโหมด COMFORT WIND
- ห้องนั่งเล่นหรือพื้นที่กว้าง ดูที่ C-Flow Series 2 ขนาดครอบคลุม รองรับการควบคุมผ่านอินเทอร์เน็ตและระบบทำความสะอาดตัวเอง
ทุกซีรีส์เริ่มต้นที่ 9,000 BTU ส่วน Gusto ครอบคลุมถึง 24,566 BTU และ C-Flow ถึง 25,408 BTU วิธีคำนวณขนาดตามพื้นที่ห้อง ดูเพิ่มได้ที่ วิธีเลือกแอร์สำหรับคอนโดและห้องขนาดเล็ก ส่วนวิธีอ่านค่าบนฉลากประหยัดไฟ ดูได้ที่ แอร์ Comfee ประหยัดไฟไหม
แอร์ Comfee ในไทยนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด การรับประกันแบ่งเป็นอะไหล่ทั่วไปกับคอมเพรสเซอร์ จำนวนปีต่างกันตามซีรีส์ ดูจากรหัสรุ่นเต็มก็ยืนยันได้ รายละเอียดดูเพิ่มที่ คู่มือการรับประกันแอร์ Comfee
ระยะประกันเริ่มนับจากวันที่ซื้อบนใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงิน เมื่อได้เครื่องมาแล้วแนะนำให้ลงทะเบียนรหัสรุ่นกับหมายเลขเครื่องที่ หน้าลงทะเบียนผลิตภัณฑ์
- ออนไลน์ Comfee Official Store บนแพลตฟอร์ม Shopee Lazada และ TikTok Shop
- หน้าร้าน ห้างโมเดิร์นเทรดและร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ตรวจสอบตามพื้นที่ได้ที่ หน้าร้านค้าจัดจำหน่าย
บริการหลังการขายดูแลโดย ศูนย์บริการในเครือโตชิบา ไทยแลนด์ ครอบคลุมทั่วประเทศ แจ้งซ่อมและติดตามสถานะได้บนเว็บไซต์ทางการ หรือติดต่อ Contact Center 02-511-7888 และ LINE Official
Q1: ติดฉลากเบอร์ 5 เหมือนกัน ใช้ไฟต่างกันมากไหม
ต่างกันได้ ตัวอย่างจากขนาด 9,000 BTU ของ Comfee ค่า SEER อยู่ระหว่าง 18 ถึง 21.97 และค่าไฟต่อปีต่างกัน 1,583 บาท เวลาเลือกจึงควรดูค่า SEER และค่าไฟต่อปีรายรุ่น ไม่ใช่ดูแค่ระดับของฉลาก
Q2: ค่า SEER คืออะไร
ค่าประสิทธิภาพพลังงานตามฤดูกาล สะท้อนประสิทธิภาพตลอดช่วงการทำความเย็น ยิ่งค่าสูง ยิ่งใช้ไฟน้อยลงเมื่อให้ความเย็นเท่ากัน ระบุไว้บนฉลากประหยัดไฟและตารางสเปก
Q3: ค่าไฟต่อปีแปลงเป็นรายเดือนอย่างไร
นำค่าไฟต่อปีบนหน้าสินค้าหารด้วย 12 ตัวเลขนี้คำนวณจากเงื่อนไขทดสอบมาตรฐาน ใช้เทียบระหว่างรุ่น ส่วนรายจ่ายจริงยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ชั่วโมงการใช้งาน และการเก็บความเย็นของห้อง
Q4: ECO+ ต่างจากอินเวอร์เตอร์ทั่วไปอย่างไร
อินเวอร์เตอร์ทั่วไปปรับกำลังตามอุณหภูมิห้อง ส่วน ECO+ พร้อม AI Algorithm ช่วยปรับสมดุลระหว่างการประหยัดพลังงานกับความสะดวกสบาย กดปุ่มเดียวประหยัดได้สูงสุด 30% เมื่อเทียบกับโหมดทำความเย็นปกติ ตรวจสอบโดย SGS โดยเทียบจากการใช้งานต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง
Q5: Active Clean+ ต่างจากการล้างด้วยน้ำทั่วไปอย่างไร
การล้างทั่วไปใช้น้ำชะ ส่วน Active Clean+ เพิ่มขั้นตอนการจับน้ำแข็ง โดยคอยล์เย็นลดอุณหภูมิลง ≤ -10°C ให้ละอองน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วปรับอุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อละลายและชะล้างออก ช่วยขจัดคราบที่การล้างด้วยน้ำธรรมดาชะออกไม่ได้ รอบการทำงานสูงสุด 42 นาที
Q6: มีระบบทำความสะอาดตัวเองแล้ว ยังต้องเรียกช่างล้างอีกไหม
ยังต้อง ระบบทำความสะอาดตัวเองดูแลเฉพาะคอยล์ภายในเครื่อง ส่วนการล้างแผ่นกรองตามรอบและการล้างใหญ่ปีละครั้งโดยช่างยังคงจำเป็น
Q7: ในสภาพอากาศแบบไทย เครื่องจะใช้ได้นานแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันป้องกัน Gusto Series ใช้ Golden Coating เคลือบชุดคอยล์ UV Conformal Coating เคลือบแผงวงจรความหนาไม่น้อยกว่า 70 ไมโครเมตร และรองรับช่วงแรงดันไฟฟ้า 80V–265V ตามสเปกของรุ่น ซึ่งตรงกับสภาพความชื้นสูง ไอเกลือ และแรงดันไฟที่ผันผวนที่พบได้ทั่วไปในไทย